ขายของออนไลน์ ควรใช้ เฟสบุ๊คส่วนตัว หรือ เพจ?

ขายของออนไลน์ ขายที่ไหนดี ระหว่าง เฟสส่วนตัว หรือ เพจ

ผมตั้งใจเขียนออกมาเอาทั้งข้อดีและข้อเสียมาประชันกันให้รู้เรื่องรู้ราวไปเลยรับรองว่ามีประโยชน์อย่างแน่นอนครับ

หมัดที่ 1: เพื่อนกับการมองเห็น

การมองเห็นในที่นี้ผมหมายถึง การที่เราโพสต์อะไรก็ตามแล้วมีคนมองเห็นโพสต์ๆนั้น(ไม่รวมการซื้อโฆษณานะครับ) ชีวิตจะดีไม่ใช่น้อยถ้าเราโพสต์แล้วมีคนเห็นโพสต์เราเยอะๆถูกไหมครับ

เห็นเยอะ = เพิ่มโอกาสการขาย

++++++++++++++++++++

— เฟสบุ๊คส่วนตัว(ข้อดี) —

++++++++++++++++++++

เพื่อนเห็นโพสต์เราเยอะหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับเพื่อนครับยิ่งเพื่อนที่มี “ปฏิสัมพันธ์” (like, share, comment) กับเรามากเท่าไหร่ “เฟสบุ๊ค” จะจัดกลุ่มให้เพื่อนเหล่านั้นเห็น “โพสต์” ของเรามากขึ้น โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินซักบาท

++++++++++++++++++++

— เฟสบุ๊คส่วนตัว (ข้อเสีย) —

++++++++++++++++++++

  1. ไม่ใช่เพื่อน = ไม่เห็นโพสต์ของเรา (ไม่รวมโพสต์แบบสาธารณะนะครับ)
  2. มีเพื่อนได้ประมาน 5,000 คนต่อ 1 บัญชีเฟสบุ๊ค
  3. จำนวนเพื่อนอาจลดลงเรื่อยๆเนื่องจากไม่ปลิ้มที่เห็นเราโพสต์แต่ขายของ
  4. มีโอกาสสูงที่บัญชีเฟสบุ๊คคุณจะถูกปิด ถ้าเพิ่มเพื่อนทีละเยอะๆและบ่อยๆและความหายนะนี้จะอาจลามไปถึงเพจทั้งหมดของคุณด้วยนะครับ
  5. บัญชีอาจจะถูกลบทิ้ง เนื่องจากมีคนแจ้งว่าเราโพสต์ขายของ(ถือว่าเป็นการคุกคามหน้าเฟสของเค้า)

++++++++++++++++++++

— เพจ(ข้อดี) —

++++++++++++++++++++

  1. มีคนติดตามได้ไม่จำกัด
  2. ไม่จำเป็นต้องขอเป็นเพื่อนเพราะใครๆก็สามารถกด Like Page ได้
  3. ขยายฐานลูกค้าได้กว้างมากขึ้น ไม่จำกัดแค่แฟนเพจ เพราะเพจมีเครื่องมือพร้อมสำหรับการหาลูกค้า (เช่น การซื้อโฆษณา, กดเชิญคนที่ถูกใจโพสต์มาถูกใจเพจ, ฯลฯ)
  4. ถ้าโพสต์ในเพจของคุณน่าสนใจ รับรองว่า แฟนๆต้องมากด like, comment, share โพสต์ของคุณแน่นอน โอกาสที่เขาและเพื่อนของเขาจะเห็นโพสต์ของคุณก็มีมากขึ้นด้วย

++++++++++++++++++++

— เพจ (ข้อเสีย) —

++++++++++++++++++++

  1. อาจจะลำบากในช่วงแรก เพราะกว่าจะบิ้วให้คนติดตามเพจเราได้ต้องใช้เวลาครับ
  2. ถึงแม้คนจะติดตามเยอะ แต่คนที่เห็นโพสต์ของเรามีจำนวนน้อยมาก (บวกลบประมาน 1% หรือน้อยกว่า ถ้าไม่ซื้อโฆษณากับเฟสบุ๊ค)
  3. ต้องใช้งบในการซื้อโฆษณากับเฟสบุ๊ค กว่าเพจคุณจะโต ยืนด้วยลำแข้งของตนเองได้ต้องใช้หลายๆอย่างประกอบกันไป เช่น งบ + เวลา + ความเอาใจใส่ของเนื้อหา + ความสม่ำเสมอ + ฯลฯ

++++++++++++++++++++

– สรุป –

++++++++++++++++++++

อยู่ที่คุณเลือกครับว่าจะทำธุรกิจแบบไหนครับถ้าสำหรับระยะสั้น ดูเหมือนว่าการขายของในเฟสส่วนตัวน่าจะง่ายกว่าเยอะ (สำหรับผู้เริ่มต้น)ใช่ไหมครับ?

เพราะคนเห็นเยอะกว่า แถมไม่ต้องเสียตังอีกด้วย แต่….. อย่าลืมว่า “เพื่อนและการมองเห็น” เป็นแค่ 1 ปัจจัย เท่านั้นนะครับ

ถ้าด่วนสรุปตั้งแต่ตอนนี้ มันก็เหมือนดูหนังรักซีรีย์แค่ตอนแรกที่รักกันจะเป็นจะตาย แต่สุดท้ายก็จบด้วยการหย่าร้าง…

หมัดที่ 2: เครื่องมือด้านการตลาด

ถ้ามีสินค้า แต่ไม่มีลูกค้า หายนะเกิดแน่นอนครับเฟสบุ๊คก็เหมือนกัน ถ้าเราคิดที่จะทำธุรกิจ แต่เราจับใช้เครื่องมือไม่ถูกตัวช่วยการหาลูกค้าก็ไม่มีนะครับ

เราสามารถขายของโดยใช้ “เฟสส่วนตัว” โพสต์ขายถี่ๆ ทุกวัน ขายให้กับเพื่อนๆทำได้นะครับ แต่เหนื่อยมาก เพราะ

  1. ไม่มีเครื่องมือช่วยทำการตลาด เช่นการหาลูกค้าใหม่ๆ กลุ่มใหม่ๆ
  2. ไม่สามารถรู้ได้ว่าโพสต์ของเรา มีกี่คนที่เห็นอายุเท่าไหร่อยู่จังหวัดไหน หรือเพศอะไร
  3. ได้ยอด Like จากเพื่อนแต่ไม่แน่ใจว่าเค้าสนใจสิ่งที่เราขายหรือเปล่า?
  4. ยอดขายที่ได้จากเพื่อน เค้าสนใจจริงๆหรือเพียงแค่อยากช่วย เพราะความเป็นเพื่อนครับ?

ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว คำถามเยอะแยะมากมาย แต่คำถามเหล่านี้เป็นแค่ปัญหาเสี้ยวเล็กๆสำหรับคนที่ขายของใน”เฟสบุ๊คส่วนตัว” นะครับ

ยังมีอีกหลายปัญหาที่จะตามมาเช่น เมื่อธุรกิจคุณเติบโต การขยายฐานลูกค้าจะยากมากขึ้น เพราะไม่มีเครื่องมือสำหรับการหาลูกค้าใหม่ๆ

แต่ถ้าคุณขายสินค้าโดยใช้”เพจ” เฟสบุ๊คมีเครื่องมือที่จะช่วยคุณวิเคราะห์ปัญหาเหล่านี้ (เดี๋ยวผมจะมาแชร์ให้วันหลังนะ ^^)และอีกมากมายที่ “เพจ” สามารถทำได้โดยที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนด้วย

หมัดที่ 3: รุก vs รับ

อย่ามโนไปไกลกันนะครับ”รุก” ในที่นี้หมายถึง เราต้องเอาสินค้าไปขายให้กับลูกค้า เงินถึงจะมาตรงกันข้ามกับ”รับ” ที่คุณได้เงินโดยสินค้าจะมาหาคุณเอง ฟังดูแล้วงงๆใช่ไหมครับ ไปไขข้อข้องใจกันเลยดีกว่า

เรื่อง “รุก” และ “รับ” มันก็เกี่ยวกับ “เฟสส่วนตัว” และ “เพจ”อีกแหละครับ ลองคิดดูนะ

“เฟสบุ๊คส่วนตัว” มีเพื่อนได้แค่ 5,000 คน แต่ “เพจ” มีได้เป็นล้านแล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณมีคนติดตามเป็นล้าน?

 

Sponsor หรือผู้สนับสนุน ไงครับในเมื่อเรารู้ว่าคนที่ Like Page เราเค้าอายุเท่าไหร่, ชอบอะไร, เพศไหน, ฯลฯ

แล้วด้วยจำนวนเยอะๆแล้วละก็ มันก็เหมือนเรามีฐานข้อมูลลูกค้าอยู่ในมือใช่ไหมครับ

สมมุติว่าเราขาย “แปรงสีฟัน” เรามีคน Like Page 1 ล้านคนวันดีคืนดีก็อาจจะมีคนมาเสนอสินค้าบางอย่างให้กับเรา แล้วบอกว่า

 

“คุณช่วยเอา ยาสีฟัน ของผมไปโพสต์หน้าเพจคุณได้ไหมครับ คิดโพสต์ละเท่าไหร่ว่ามาเลย”

นี่ไงครับงาน “รับ” ที่เราเอามาเพิ่มสีสันในเพจ โดยเราไม่จำเป็นต้องดิ้นรนโพสต์เยอะๆ ขายบ่อยๆ ในเชิง “รุก”

แต่ๆๆ การรับงานก็ต้องดูด้วยนะครับว่างานที่รับจะไม่ตีกับสินค้าของเรา เช่น ถ้าเป็นสินค้าที่ขายด้วยกันได้อย่าง “แปรงสีฟัน”กับ “ยาสีฟัน” ก็แล้วไป

 

แต่ถ้าเราขาย “แปรงสีฟัน” แล้วเค้าเสนอ”พรมเช็ดเท้า” มันก็ไม่ค่อยเข้ากันใช่ไหมครับ

++++++++++++++++++++

สรุป:

++++++++++++++++++++

คุณเลือกได้ว่าอยากจะใช้ “เฟสบุ๊คส่วนตัว” ในการค้าขายในเชิง “รุก”ที่ต้องโพสต์ขายถี่ๆโพสต์ทุกวัน วันละหลายเวลา เหนื่อยตลอด หรือจะหันมาทำ “เพจ” ซี่งอนาคตก็อาจจะสามารถกลายเป็นการค้าขายในเชิง “รับ” ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับคุณเลยครับ

หมัดที่ 4:เสี่ยงอันตราย

แค่ขายของ ทำไมเสี่ยงอันตราย? เสี่ยงสิครับแต่เสี่ยงในที่นี้หมายถึงการใช้สื่อในทางที่ผิดนะครับ

สมมุติว่าคุณใช้ “เฟสบุ๊คส่วนตัว” ขายของคุณจะมีความเสี่ยงมากแค่ไหนกับคนที่ไม่ประสงค์ดีกับคุณ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ส่วนตัว” แต่เวลาคุณจะขายสินค้า

คุณต้องเพิ่มเพื่อนใช่ไหมครับ เพิ่มเยอะๆ คนเห็นเยอะยิ่งดีแต่คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณเพิ่มเข้ามา เค้าสนใจสินค้าของคุณหรือเปล่า ส่วนใหญ่ “เฟสส่วนตัว” เค้าใช้โพสต์ข้อมูลส่วนตัวกันนะครับ

 

เช่น ชื่อ อายุ วันเกิด เบอร์ ที่อยู่ ที่บ้าน ที่ทำงานไปกินอะไรที่ไหน Check-in กับใคร ชอบไปเที่ยวกับเพื่อนคนไหนบ้าง

ข้อมุลเหล่านี้คนที่จะเห็นได้ก็ต้องเป็นเพื่อนถูกไหมครับ? แล้วถ้าคนที่เรารับมาเป็นเพื่อนโดยที่เราไม่รู้จักเค้ามาก่อนจะเกิดอะไรขึ้น

 

สมมุตินะครับ เค้ารู้ ชื่อ อายุ เบอร์ เพียงแค่นี้ แล้วเอาไปค้นหาในกูเกิ้ลผมเชื่อว่าต้องเจออะไรบ้างแน่นอน ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาเราประกาศขายของ เราต้องใส่เบอร์ไปใช่ไหมครับ?

แล้วอาจจะบอกด้วยว่า นัดเจอได้ที่ไหน แถวไหน ข้อมูลเหล่านี้”มิจฉาชีพ” เค้าปะติดปะต่อเรื่องราวได้อยู่แล้วในเมื่อเค้ามีข้อมูลคุณอยู่ในมือ

เค้าจะทำอะไรก็ได้โดยที่เราไม่รู้ตัว เช่นปลอมแปลงเอกสาร

 

มากไปกว่านั้น รูปการชูสองนิ้วนิ้วชี้กับนี้วกลาง แบบ “สู้ตาย” อะไรแบบนี้ ก็มีนักวิจัยญี่ปุ่นท่านหนึ่งออกมาเตือนแล้วว่าไม่ปลอดภัย

เพราะกล้องเดี๋ยวนี้โคร-ตะ-ระ ชัด ถ้าเราถ่ายรูปแล้วชูนิ้วชี้ โพสต์ภาพลง “เฟสบุ๊คส่วนตัว” โจรมันก็เอาภาพคุณแล้วซูมดูนิ้วคุณ ได้ลายนิ้วมือไป ภัยที่ตามมาก็คือ

 

โทรศัพท์คุณที่สแกนลายนิ้วมือจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปและในอนาคตใครจะไปรู้ เผลอๆทำธุรกรรม online มีที่ให้สแกนลายนิ้วมือแบบพกพา คราวนี้ง่ายเลย จริงไหมครับ?

++++++++++++++++++++

สรุป:

++++++++++++++++++++

เลือกใช้เครื่องมือให้ถูก ถ้าจะใช้ “เฟสบุ๊คส่วนตัว” ก็ระวังเรื่องข้อมูลส่วนตัวด้วยนะครับแต่ถ้าใช้เพจอันนี้ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่คงไม่โพสต์เรื่องส่วนตัวในเพจหรอกครับ

ปล.อันตรายมีอยู่รอบตัว มันมาในรูปแบบที่คุณคาดไม่ถึงตล๊อดดดดดดด

หมัดที่ 5: ตกม้าตายเพราะเรื่องเวลา

เมื่อธุรกิจคุณดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง ลูกค้าเริ่มเยอะ คุณจะต้องมีการบริหารจัดการเวลาที่ดียิ่งถ้าคุณมีงานประจำด้วยยิ่งแล้วใหญ่ สิ่งที่คุณต้องเจอไม่ใช่แค่ การเขียนโพสต์ถี่ๆโพสต์ทุกวัน

แต่คุณจะต้อง โต้ตอบพูดคุยกับลูกค้าที่มาในรูปแบบ Comment, Inbox, หรือช่องทางอื่นๆรวมถึงการคิดโปรโมชั่น จัดการงานบัญชีของแต่ละวัน และอื่นๆอีกมากมาย

 

สมมุติว่าธรุกิจของคุณมีกำไรอยู่ตัวแล้ว แต่งานที่กล่าวข้างต้นก็ล้นมือมากๆ จนวันนึงคุณไม่ไหวแล้วอยากจะหาตัวช่วย ซึ่งตัวช่วยที่ง่ายที่สุดก็คือ

“การจ้าง” จ้างคนมาทำแทนเรา เพื่อเอาเวลาไปทำอย่างอื่นแทนถึงตอนนี้ ถ้าคุณเลือกที่จะเดินสายขายของใน”เฟสส่วนตัว”

คุณจะต้องปวดหัวอย่างแน่นอน เพราะถ้าคุณต้องการจ้างคนมาบริหารช่วยตอบคำถามลูกค้า ช่วยทำรูปต่างๆ ช่วยทำโน้นทำนี่ คุณจะไม่สามารถทำได้เพราะ “เฟสบุ๊คส่วนตัว” ไม่มีระบบรองรับการจัดการตรงนี้

 

นอกเสียจากคุณให้รหัส “เฟสบุ๊คส่วนตัว” กับคนที่คุณจ้างไป เค้าก็สามารถตอบคำถามลูกค้าแทนคุณได้

แต่ “เพจ” มีระบบนี้พร้อมแล้วครับ เราไม่จำเป็นต้องให้รหัสเฟสเค้าไป เพียงแค่เราอนุญาตให้เค้ามาเป็นผู้ช่วยบริหารเพจของเรา เค้าก็สามารถทำอะไรต่างๆที่ผมบอกข้างต้นได้เหมือนกัน

 

เห็นไหมครับ ทุกอย่างมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แค่เลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกชีวิตก็จะสบาย ผมหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆนะครับ

error: Content is protected !!

50% off 2,000

จ่ายแค่ 970.-