ปิดการขายกับสินค้าหูฟัง (เทคนิค)

#ปิดการขายคือหัวใจสำคัญที่สุด

(แ ช ร์ เ ก็ บ ไ ว้ ก่ อ น ห า ย)

 

สวัสดีชาว EAZ Social Media ทุกคน วันนี้โค้ชคิวเอาตัวอย่างการปิดการขายกับสินค้าหูฟังมากฝาก เพื่อนๆลองอ่านดูแล้วเอาไปปรับใช้กับธุรกิจเพื่อนๆได้เลยครับ

 

จุดประสงค์ที่เพื่อนๆทำโปรโมทเฟสบุ๊คก็คือการขายของได้ใช่ไหมครับ?

การปิดการขาย คือส่วนสุดท้ายที่ “ไม่รู้ไม่ได้” เพราะส่วนนี้คือจุดชี้วัดชะตาว่าเพื่อนๆจะขายของได้หรือไม่

 

เรื่องมีอยู่ว่านาย A และ นาย B ได้รับคำท้าให้ขายสินค้าชนิดเดียวกัน (หูฟัง) 10 ชิ้น ใครขายได้มากสุด ถือว่าชนะ

 

โจทย์: ขายหูฟังง่อยๆให้ได้

คนขาย: นาย A และ นาย B

ลูกค้า: เพื่อน หรือ คนรู้จัก หรือ ใครก็ได้

ราคาหูฟัง: 100 บาท

 

ตัวอย่างการขายของ นาย A

นาย A เดินไปตามห้างสรรพสินค้าเพราะคิดว่าคนที่เดินห้าง มีเยอะและมีเงิน

นาย A เดินสุ่มเข้าไปหาคนทุกเพศทุกวัย และเริ่มต้นขายทันที

 

นาย A: สวัสดีครับ วันนี้ผมมีสินค้าหูฟัง รุ่น ABC รุ่นนี้พิเศษกว่าทุกรุ่นในตลาดเลย เพราะเราให้ความยาวสายมากกว่าหูฟังทั่วไปถึง 3 เท่า สีสันสวยงามมีให้เลือกมากถึง 10 สี สั่งทำพิเศษเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อพลาสติกระดับนาโน 9x ได้รับมาตรฐาน ISO ล่าสุด มีใบรับประกันตลอดอายุการใช้งาน เสียงหนักเสียงเบา ปรับอัตโนมัติได้ทุกสถานการณ์เลยครับ ….

 

ลูกค้า: อ๋อ ราคาเท่าไหร่เหรอครับ

นาย A: 100 บาทเองครับ

ลูกค้า: อ๋อ เดี๋ยวผมขอไปกินข้าวก่อนนะครับแล้วเดี๋ยวกลับมาซื้อ

นาย A: ครับ

 

นาย A ขายแบบนี้เดิมๆทั้งวัน ยอดขาย = 1 ชิ้น

 

ตัวอย่างการขายของนาย B

นาย B เสียเวลาวางแผนการขายครึ่งชั่วโมง ร่างแบบออกมาเป็น step สั้นๆง่ายๆ เพราะมีเวลาแค่ 1 วันเท่านั้น

 

Step 1: ใครคือลูกค้ากันแน่ ที่ไหน อาชีพ เพศ…?

– นาย B คิดว่าถ้าจะมาร่างลักษณะลูกค้าละเอียดยิบ คงไม่ทันกิน ฉะนั้น ง่ายที่สุดคือ หาสถานที่ก่อน และสถานที่นาย B เลือก คือ ที่เสียงดังๆ เช่น ผับ บาร์ หรือสถานที่โล่งแจ้งแต่มีดนดรีสดเล่น และต้องอยู่แถวย่านธุรกิจ เพราะคิดว่าคนที่อยู่ย่านธุรกิจบ่อยครั้ง “จำเป็น” ต้องรับสายเจ้านายหรือคุยกับลูกค้าในเวลาส่วนตัว

 

Step 2: ทำไมลูกค้าต้องซื้อยี่ห้อนี้ ชิ้นนี้?

– ถ้าสถานที่เสียงดัง การคุยโทรศัพท์แบบไม่มีหูฟัง จะลำบากมากเพราะมีเสียงแทรกอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นโอกาสที่นาย B จะขายสิ้นค้าได้ง่ายและไว ลูกค้าไม่น่าจะแคร์เรื่องยี่ห้อมากเท่าไหร่ สนใจแค่ว่ามันตอบโจทย์เขา ณ ตอนนั้นได้หรือไม่

 

Step 3: ทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อตอนนี้ เดี๋ยวนี้?

– เพราะเขามี “ความจำเป็น” ที่จะต้องใช้คุยกับเจ้านายหรือลูกค้าตอนนี้ ถ้าไม่มีหูฟัง เสียงแทรกรอบตัวเยอะแยะไปหมด เขาอาจจะคุยไม่รู้เรื่อง

 

จากนั้น นาย B ก็ไม่ทำอะไรมาก แค่หาแผ่นกระดาษ A4 1 ใบ เขียนตัวโตๆว่า

“หูฟังสมอลทอร์ค เสียงชัดแจ๋ว ไร้เสียงรบกวน 100 เดียว”

จากนั้นนาย B ก็ไปสถานที่ที่คิดไว้ แล้วเริ่มหาคนที่กำลังคุยโทรศัพท์ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด และกำลังพูดคุยโทรศัพท์แบบตะโกนๆ นาย B ก็เดินถือกระดาษไปใกล้ๆคนๆนั้น แล้วก็ขายได้สำเร็จ

ทั้งวัน นาย B ขายได้ 9 ชิ้น

 

สรุป

จากตัวอย่าง นาย A และ นาย B เพื่อนๆน่าจะเห็นความแตกต่างแล้วใช่ไหมครับว่า การขายของมันขายไม่ยากหรอก แต่สิ่งที่เพื่อนๆต้องรู้อันดับแรกเลย คือ “ใคร” ที่เพื่อนๆจะขายให้กันแน่ ราคาและคุณภาพไม่ได้ทำให้สินค้าขายได้นะครับ แต่มันคือ “ความจำเป็น” ต่างหาก

คนที่จะซื้อของเรา เขาต้องมี “ความจำเป็น” ที่จะต้องใช้สินค้าของเรา อย่าเหมารวมว่าผู้หญิงทุกคนจะชอบครีม หรือผู้ชายทุกคนจะชอบรองเท้ากีฬา

นาย B ไม่ได้พิมพ์ ไม่ได้พูดด้วยซ้ำ แต่ทำไมขายของได้? ก็เพราะนาย B รู้ว่า “ใคร” ที่มี “ความจำเป็น” ที่จะต้องใช้สินค้าของนาย B ไงครับ

ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ มีคำถาม เม้นต์ไว้ได้เลยครับ

error: Content is protected !!

50% off 2,000

จ่ายแค่ 970.-