5 กลยุทธ์หาลูกค้าด้วยทุน 0 บาท

5 กลยุทธ์วิธีหาลูกค้าแบบ “ฟรีๆ” จัดเต็มจัดแน่นไม่มีกั๊กลองเอาไปใช้กันนะครับ

กลยุทธ์ที่ 1: เจาะ”พฤติกรรม” ลูกค้าของคู่แข่ง

วิธีนี้เป็นวิธีที่หาลูกค้าที่ง่ายที่สุดและตรงกลุ่มเป้าหมายเป๊ะเวอร์ แน่นอนครับว่าก่อนที่เราจะมีสินค้ามาขาย การบ้านที่เราต้องทำก็คือการสำรวจคู่แข่งถูกไหมครับ

ลูกค้าใน Page ของคู่แข่งจะแฝงตัวอยู่ในลักษณะLike, Comment, Share, Page Post, และ Page Review

+++++++++++++

— Like Post —

+++++++++++++

ลองหาโพสต์ที่คาดว่าคู่แข่งใช้สำหรับทำโฆษณานะครับ ดูง่ายๆจากยอด Like ที่ค่อนข้างเยอะกว่าโพสต์อื่นๆเช่น

โพสต์ปกติยอดLike จะอยู่ประมาน 100 แต่โพสต์ที่ซื้อโฆษณายอด Like อาจจะประมาน 1000 หรือมากกว่า ก็ได้

เมื่อเจอโพสต์ที่ใช่แล้ว ให้กดเข้าไปดูได้เลยว่ามีใคร Like บ้าง

 

(ถ้าเค้าไม่ได้ตั้งค่าปกปิดข้อมูลไว้) เราสามารถดูข้อมูล เพศ, อายุ, จังหวัด, วิถีการโพสต์ ว่าแต่ละวันเขาชอบโพสต์อะไรบ้าง, และที่สำคัญเค้ากด Like Page อะไรบ้าง

 

ข้อมูลเหล่านี้เราสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ว่า กลุ่มลูกค้าที่เราต้องการขายสินค้าให้ อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกับคู่แข่งของเรา ซึ่งลูกค้าของเราอาจจะมี “พฤติกรรม” แบบเดียวกันก็ได้

คนที่ Like Post อาจจะมีเยอะ(มาก) แต่ลูกค้าจริงๆอาจจะเป็นส่วนน้อยหรือไม่มีเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นการดูแค่ยอด Like ไม่ใช่วิธีเดียวที่ทำได้ครับ ยังมีวิธีอื่นอีก ตามไปดูกันเลย

+++++++++++++

— Comment Post —

+++++++++++++

ผมขอแบ่ง คอมเม้นออกเป็น 2 รูปแบบนะครับ: หน้าม้า และ คุณภาพ

 

“แบบหน้าม้า”:

อันนี้ส่วนใหญ่จะอยู่เม้นแรกๆ (แต่ก็ไม่เสมอไป)สังเกตุได้จากวันและเวลาของคอมเม้นที่จะใกล้กับตอนโพสต์ เช่น โพสต์ วันที่ 1 มค เวลา 1900 แต่มีคอมเม้นเขียนว่า “สนใจค่ะ” มาตอน 1930

ให้เดาไว้ก่อนเลยว่าเป็น”หน้าม้า” ฉะนั้นคอมเม้นแบบนี้อย่าไปใส่ใจ ให้เลี่ยงคอมเม้นนั้นไป

 

“แบบคุณภาพ”:

ให้เราดูคอมเม้นกลางๆหรือท้ายๆที่เขียนประมาณว่า “ราคาเท่าไหร่”, “สนใจ”, “ต้องทำอย่างไรบ้าง”, และอื่นๆ หรืออาจจะเป็นคอมเม้นที่ Tag (แท็ค) เพื่อนๆของเขาก็ได้(อย่าลืมเข้าไปดูข้อมูลของเพื่อนเค้าด้วยนะครับ)

คอมเม้นประเภทนี้ถือว่าเป็นคอมเม้นคุณภาพ เพราะคำถามเหล่านั้นคือคำถามแรกๆที่ลูกค้าถาม เมื่อเขาสนใจสินค้าของเรา

 

แต่ๆๆ คนที่สนใจ ไม่ได้แปลว่า คนที่ “ใช่” เสมอไปนะครับ

+++++++++++++

— Share Post —

+++++++++++++

ระหว่าง Like, Comment, และ Share เฟสบุ๊คจะให้ความสำคัญกับการแชร์มากที่สุด เพราะว่าการกดแชร์โพสต์ๆนึง แสดงว่าคนเค้าเห็นว่าโพสต์ๆนั้นมีประโยชน์ต่อเค้าและส่วนรวม

ถ้าพูดถึงในเชิงลูกค้าแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแชร์โพสต์ขายของกันซักเท่าไหร่(ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ)

แต่ถ้าแชร์แล้ว tag เพื่อน เราสามารถตามไปดูได้ว่าเค้าและเพื่อนอาจจะมี “พฤติกรรม” ที่อาจจะมาเป็นลูกค้าเราในอนาคตก็ได้

+++++++++++++

— Post ในเพจ (จากคนนอกที่ไม่ใช่เจ้าของเพจและ ไม่รวมพวกฝากร้าน) —

+++++++++++++

โพสต์ในที่นี้หมายถึง “Visitor Post” นะครับ ในส่วนนี้คนนอกสามารถโพสต์บนเพจได้ถ้าเจ้าของเพจอนุญาต

คนที่โพสต์อาจจะมาในรูปแบบ รีวิวสินค้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง ถ้ารีวิวดี ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า อาจจะเป็นลูกค้าจริง หรือ “หน้าม้า” ก็เป็นได้ ตรงนี้ต้องลองพิจารณาดูครับ

แต่ถ้ารีวิวแย่ๆก็สามารถเข้าไปดูได้เลยว่าเค้า Like เพจอะไรบ้าง(หน้าม้าคงไม่รีวิวแย่ๆกับสินค้าตัวเองหรอกจริงไหม) แล้วก็ค่อยมาวิเคราะห์จัดกลุ่มลูกค้ากันอีกที

+++++++++++++

— Review Post —

+++++++++++++

ส่วนสุดท้ายก็คือ Review Postตัวนี้จะคล้ายๆกับ Post ในเพจจากคนนอก(ที่ไม่ใช่เจ้าของเพจนะครับ)

แต่จะสังเกตุได้จาก “ดาว” หรือคะแนนที่ได้มาจากการรีวิวของลูกค้า

ดาวเยอะหรือน้อยไม่สำคัญ สำคัญแค่ว่าคนพวกนี้คือคนที่เป็นลูกค้าจริงๆ และมีโอกาสที่จะมี “พฤติกรรม” ใกล้เคียงกับลูกค้าของเรา(ไม่รวมพวกหน้าม้าและฝากร้าน)

กลยุทธ์ที่ 2: กลุ่มลับ

กลุ่มลับหรือกลุ่มปิดของเฟสบุ๊คที่คุณต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของกลุ่มเสียก่อนถึงจะเป็นสมาชิกได้ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างเป็น”ตัวแทนจำหน่าย” นะครับ

 

สมมุติว่าคุณเป็นตัวแทนจำหน่ายครีม แบรนด์นึงเจ้าของแบรนด์ก็จะมีลูกทีมรับตัวแทนเข้าไปตามกลุ่มต่างๆ และสอนงานให้ เช่นวิธีหาลูกค้า, ราคาที่สามารถตั้งได้, กฎระเบียบของบริษัท, และอื่นๆอีกมากมาย

กลุ่มพวกนื้เป็นแหล่งฐานข้อมูลมหาศาลที่เราจะสามารถหาลูกค้าได้

เนื่องจากสมาชิกในกลุ่ม ก็คือตัวแทนจำหน่ายเหมือนกับเรา ฉะนั้นเราสามารถเข้าไปในเฟสของเค้าแล้วดูว่าเค้ามีวิธีการหาลูกค้าแบบไหนบ้าง

 

สำหรับบางคนอาจจะใช้ “เฟสบุ๊คส่วนตัว”โพสต์ขายของ(กรณีที่โพสต์เป็นแบบสาธารณะ) ซึ่งจุดนี้เราสามารถเห็นได้เลยว่า มีเพื่อนคนไหนบ้างที่สนใจสินค้าของเค้า

เราก็แค่ตามไปดูเพื่อนของเค้าจากการ Like, Comment, Share ต่างๆ เหมือนใน “กลยุทธ์ที่ 1” ที่ผมเคยบอกไป

บางทีเค้าอาจจะ Share ข้อมูลมาจากเพจของเค้าด้วย คราวนี้เราก็สามารถสืบเข้าไปถึงเพจเค้า แล้วใช้ “กลยุทธ์ที่ 1” ในหาลูกค้านั้นเอง

กลยุทธ์ที่ 3: กลุ่มซื้อ-ขาย

กลุ่มซื้อ-ขายคือกลุ่มที่ถูกตั้งขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยคนที่จะเข้ากลุ่มต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของกลุ่มอีกเช่นเคย

วิธีหากลุ่มพวกนี้ก็แค่ พิมพ์คำลงไปในช่องค้นหาของเฟสบุ๊คทางด้านบนสุด เช่นคุณอยากซื้อ – ขาย จักรยานคุณก็พิมพ์ “ซื้อ จักรยาน” แบบนี้เป็นต้น

 

กลุ่มเหล่านี้จะมีพ่อค้าแม่ค้าหลากหลาย มาโพสต์ขายของอยู่เรื่อยๆและเป็นกลุ่มที่ “สนใจ” ในเรื่องนั้นๆเช่น กลุ่มจักรยาน ก็จะมีคนสนใจแต่จักรยาน

เปรียบเสมือนว่าเราได้เข้ามาอยู่ในวงการ “ความสนใจ” ของกลุ่ม “คนรักจักรยาน” แล้วถูกไหมครับ

ฉะนั้นเราสามารถใช้ “กลยุทธ์ ที่ 1 และ 2” มาหาข้อมูลลูกค้าในนี้ต่อได้

กลยุทธ์ที่ 4: Hashtag (แฮชแท็ก)

Hashtag เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากๆเราสามารถหาลูกค้าจากการใช้คำเพียงแค่คำๆเดียวก็ยังได้

เช่น เราต้องการหาลูกค้ากลุ่มที่ชอบซื้อ “เสื้อผ้า” เราอาจจะใส่ Hashtag ในช่องค้นหาว่า #เสื้อผ้า เป็นต้น

เราก็จะเจอโพสต์ที่มี Hashtag ที่มีคำว่า #เสื้อผ้า หรืออยากจะเจาะลึกลงไปอีกก็ทำได้เช่น เราขายเสื้อผ้าสำหรับเด็ก ก็อาจจะใช้คำว่า #เสื้อผ้าเด็ก ก็ได้ จากนั้นเราก็ใช้ “กลกลยุทธ์ที่ 1 และ 2และ 3″หาลูกค้าต่อได้เลยครับ

กลยุทธ์ที่ 5: หา Connection จากสัมมนาฟรี

เดี๋ยวนี้จะมีสถาบันต่างๆโฆษณาว่าจัดสัมมนา”ฟรี” ให้กับบุคคลทั่วไป เช่น สอนการใช้เว็บ Ebay (เว็บขายของต่างชาติ) เป็นต้น

ซึ่งเราอาจจะเลือกเข้าสัมมนาที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา “ในทางอ้อม” ได้ยกตัวอย่างเช่น เราขายเสื้อผ้านำเข้าจากเกาหลี แล้วเราไปสัมมนาฟรีในหัวข้อ สอนการใช้ Ebay

คนที่เข้าร่วมสัมมนานี้ บางคนก็อาจจะมีธุรกิจของตนเองอยู่แล้ว เราอาจจะใช้โอกาสนี้ ในการพูดคุยกับผู้เข้าสัมมนา บางทีเค้าอาจจะเป็น “ลูกค้ารายใหญ่” ของเราก็เป็นได้

หรือเรากับเค้าอาจจะตกลงเป็น Partner (พันธมิตร)กัน เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจในอนาคตก็เป็นได้

หวังว่ากลยุทธ์ทั้ง 5 ที่ผมเอามาแบ่งปัน จะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆไม่มากก็น้อยนะครับ แล้วพบกันใหม่บทความหน้า

ผมเชื่อว่าสังคมจะน่าอยู่ขึ้นถ้าเรา”แบ่งปัน” สิ่งดีๆให้กับเพื่อนคนอื่นได้รับรู้

.

วันสุดท้าย 50%

เหลือเพียง 350.-